ภาพยนตร์รัสเซีย

มีลูกชายเรียนอยู่ยาโรสลาฟ ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ระหว่างมอสโคว์กับเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เมื่อวานไปหาซีดีภาพยนตร์มาได้เรื่องหนึ่ง ดูแปลก ๆ ดี ปรากฏว่าเป็นภาพยนตร์รัสเซีย เหตุเกิดในรัฐจอเจีย ยายคนหนึ่ง “รอ” ลูกชาย ซึ่งไปทำงานอยู่ในฝรั่งเศส ไปเป็นกรรมกรที่นั่น ยิ่งเล่าว่า ที่รัสเซียแร้นแค้น ผู้คนอยากออกไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องนี้ก็สะท้อนความเป็นจริงดังกล่าวเช่นกัน ลูกชายคุณยายเป็นหมอ แต่ต้องไปทำงานกรรมกรต่างประเทศ หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องเรียบ ๆ แต่ในความเรียบ ๆ ก็สะท้อนอะไรต่ออะไรหลายอย่างที่อยากรู้อยากเห็นในชีวิตของรัสเซีย ซึ่งเวลานี้ก็มีลูกชายไปเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น
เราเคยนอนอ่าน “สงครามและสันติภาพ” หรือ War and Peace ของตอลสตอยภาคภาษาอังกฤษ เป็นช่วงเวลาที่หลีกเร้นออกมาจากการเมืองของนักกิจกรรมที่เราไม่สันทัด เราไม่พร้อม เราไม่รู้เหมือนกันว่า เรากำลังจะเอาตัวเองไปทำอะไร แต่ก็เป็นเหตุให้เสกสรร ประเสริฐกุล เขาไม่พอใจเรามาถึงทุกวันนี้ กระมัง เขาว่าเราขี้ขลาด ตอนนั้น เราเคยอยู่ที่บ้านแสงจันทร์ ซึ่งเป็นบ้านเช่าริมสะพานซังฮี้กับเขาและเพื่อนอีกสองสามคน ก็สนิทสนมกันมาก พอที่จะได้ยินเรื่องราวของแฟนเก่า ดาวธรรมศาสตร์และการวางแผนจะจีบแฟนใหม่ ดาวจุฬา ซึ่งก็ได้แก่ จีรนันท์ พิตรปรีชา ช่วงหายตัวไปนั้น หายตัวไปเงียบ ๆ ไม่ได้บอกใคร แม้เพื่อนสนิท พวกเขาพากันสืบค้น จนพบว่า ไปนอนอ่านหนังสืออยู่บ้านน้าชาย ที่ซอนศรีศุกรี พระโขนงซอย ๗๑ หรือที่เรียกกันว่า คลองตัน สันติสุขและคณะที่ไปตามตัว เอากล้องส่องดูด้วย เห็นด้วยว่าอ่าน War and Peace อยู่ ร้าย ๆ จริง และพบว่า ผมไม่ได้ถูกกักตัวแต่ประการใด คงเป็นสมัคร หลีกรี้ออกมาจากความสับสนวุ่นวายมากกว่า
อาจารย์สุลักษณ์เคยตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากว่า ผมอยู่กับเสกตอนนั้นตลอดรอดฝั่ง จนเหตุการณ์ ๑๖ ตุลา ๑๔ ผ่านไป น่าจะเป็นเรื่องดี แต่ผมเองไม่รู้สึกพร้อม ตอนแรกก็อยู่ในบ้านหลังเดียวกันด้วยความชื่นมื่น ผมอาจจะเป็นสะพานเชื่อมโยงโลกสองโลกเข้าด้วยกันกระมัง โลกหนึ่งก็คือโลกของนักกิจกรรม ซึ่งแน่นอนกระแสตอนนั้นไปทางซ้าย แม้เสกจะเป็นซ้ายใหม่ แต่เขาก็คิดไปทางโครงสร้างสังคมเป็นประเด็นหลัก เขาเห็นว่า จะเปลี่ยนสังคมต้องเปลี่ยนที่โครงสร้าง เมื่ออยู่ด้วยกัน ได้พูดคุยกันสนิทสนม ก็เห็นได้ว่า เขาก็สนใจเรื่องทางจิตใจด้วย โดยเขาระบุว่า ผมสนใจเรื่อง Micro ในขณะที่เขาสนใจเรื่องทาง Macro หรือว่า ผมสนใจเรื่องระดับปัจเจก ส่วนเขาสนใจเรื่องราวระดับสังคม ก็ตอนนั้น เสกก็ยังได้อ่านทางพุทธธรรมและเขียนเชื่อมโยงทฤษฎีทางพุทธไว้ด้วย ยังจำได้ว่า เสกอ่านหนังสือที่มีปัญญาชนหลายคนเขียนถึง ดี. ที. สุซูกิ โดยเขาได้ให้ความสนใจกับมันมาก ๆ โดยเฉพาะงานของอีริค ฟรอมม์ที่เขียนถึงปราชญ์ทางเซนคนนี้
ฟรอมม์เขียนถึงสุซูกิไว้ว่า เมื่อสุซูกิไปเยี่ยมบ้านของฟรอมม์นั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่สุซูกิทักว่า กิ่งไม้ต้นใหญ่ต้นนั้นหายไปไหน ฟรอมม์ตะลึงว่า ทำไมคน ๆ นี้จึงสามารถจดจำกิ่งไม้กิ่งหนึ่งได้ การดำรงอยู่ในปัจจุบันธรรมของสุซูกินับได้ว่ายอดเยี่ยม เขามาในฐานะแขก แต่เขาก็สามารถดำรงอยู่ร่วมกับต้นไม้ใบหญ้า จนเกิดความทรงจำขึ้นมาได้อย่างเป็นอัตโนมัติ จำโดยไม่ต้องพยายามจะจำ
พี่เม(เรียกตามยิ่ง)บอกว่า บางทียิ่งอาจจะมีชาติภพเคยเป็นคนรัสเซียก็ได้ การได้ดูหนังรัสเซียเรื่องนี้ ก็คล้ายกับว่า ได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศกลิ่นอายความเป็นรัสเซียได้เหมือนกัน นึกเอาว่า ยายในเรื่องก็คล้าย ๆ กับยายเจ้าของบ้านของยิ่ง และการมีบ้านชนบทของรัสเซียก็ปรากฏอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน รวมถึงความแร้นแค้นยากไร้ของคนรัสเซียด้วย นี่ก็เหมือนได้ไปอยู่ร่วมกับลูกชายได้เหมือนกัน ความรู้สึกดี ๆ ความอบอุ่นเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นในหัวใจ

